เมืองทองฯ เปิดตัวสโมสรลุยฤดูกาล 2020

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จัดงานเปิดตัวสโมสร 2020 พร้อมกับแข้งรายใหม่ที่เข้ามาเติมโควตาเอเชียอย่าง ซาร์ดอร์ มีร์ซาเยฟ เพลย์เมคเกอร์ชาวอุซเบกิสถาน วัย 28 ปี มาร่วมทีมเป็นรายล่าสุด   ufa1688 

“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ในศึกไทยลีก จัดงานแถลงข่าวใหญ่เปิดตัวสโมสร ประจำฤดูกาลใหม่ 2020 อย่างเป็นทางการ ภายใต้เคมเปญ “REDVOLUTION” พลิกโฉมกิเลนสายพันธุ์ใหม่ เปลี่ยนแปลงเพื่อเข้าสู่คความสำเร็จยุคใหม่ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ในการแข่งขันทุกรายการ ด้วยขุมกำลังผู้เล่นระดับชั้นนำมากมายทั้งไทย และต่างชาติ ขณะที่อีกไฮไลท์สำคัญพูดโฉมชุดแข่งขันใหม่ทั้งเหย้า-เยือน รวมถึงดาวเตะใหม่โควต้าต่างชาติ ให้สาวกได้ฮือฮาเป็นครั้งแรก

เมื่อวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 15.30 น. ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ได้มีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวสโมสร “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ประจำฤดูกาลใหม่ 2020 อย่างเป็นทางการ โดยนับเป็นธรรมเนียมประจำของทุกปี ซึ่งเป็นการเปิดตัวผู้เล่น – ทีมงาน,ผู้สนับสนุน ชุดแข่งขันใหม่ รวมถึงทิศทางเป้าหมายของสโมสร ต่อสาวก และสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก ขณะที่ภายในงานมีทางด้าน วิลักษณ์ โหลทอง ประธานสโมสร, รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสร พร้อม Partner ผู้สนับสนุนทีม ได้แก่ เอสซีจี, ไทยยามาฮ่ามอเตอร์, สิงห์ คอร์เปอเรชั่น, ไทยน้ำทิพย์, ชาร์ป ไทย, กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี, เอไอเอ, สามารถ คอร์เปอร์เรชั่น, เฮอร์บาไลฟ์, เครื่องดื่มเกลือแร่สปอนเซอร์, ไทยแอร์เอเชีย, นิสสัน มอเตอร์, โรงพยาบาลกรุงเทพ, วีณา สปอร์ต และ ดิจิทัล แซฟวี่ เข้าร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชน และกองเชียร์จำนวนมาก

ขณะที่ไฮไลท์ของงานแถลงข่าวเป็นการเปิดตัวชุดแข่งขันใหม่ ประจำฤดูกาล 2020 ทั้ง 3 แบบ ภายใต้แบรนด์ใหม่ในชื่อ “SHOOT” (ซู๊ต) แบรนด์น้องใหม่ภายใต้ความร่วมมือของสยามสปอร์ตฯ และบริษัททองไทยการทอ จำกัด บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเสื้อผ้ากีฬา ที่ผลิตชุดกีฬาให้แบรนด์ระดับโลกมากมาย โดยในปีนี้ชุดเหย้ายังคงใช้สีแดง ซึ่งเป็นสีหลักประจำสโมสร การออกแบบและผลิตภายใต้คอนเซ็ปป์ ECO PRO รักษ์โลกรักสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนี้ได้เปิดตัวขุมกำลังทัพนักเตะชุดใหญ่ ที่เตรียมสู้ศึกการแข่งขันฟุตบอลถ้วย 3 รายการในประเทศ นำโดย สารัช อยู่เย็น, อดิศร พรหมรักษ์, แดร์เลย์, ดัง วัน ลัม, สหรัฐ กันยะโรจน์, ศฤงคาร พรมสุภะ, สรวิทย์ พานทอง, วัฒนา พลายนุ่ม, วิลเลี่ยน พ็อพพ์, ลูคัส โฮช่า

นอกจากนี้ ทางทัพกิเลนผยองยังเปิดตัว ซาร์ดอร์ มีร์ซาเยฟ ห้องเครื่องแดนกลางตัวใหม่ของทีม ที่จะสวมเสื้อเบอร์ 10 ลงสนาม ซึ่งมีดีกรีเคยลงเล่นให้ทีมชาติอุซเบกิสถานมาแล้ว 12 นัด โดยก่อนย้ายมาเล่นที่เมืองไทย ตัวเขาลงเล่นให้กับ โลโคโมทีฟ ทาชเคนต์ สโมสรชั้นนำในบ้านเกิดของตัวเอง

ทางด้านคุณ วิลักษณ์ โหลทอง ประธานสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กล่าวว่า “ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณผู้สนับสนุนสโมสร, กองเชียร์ และสื่อมวลชน ที่ให้เกียรติมาร่วมงานแถลงข่าวในวันนี้ ทิศทางสโมสรที่ผ่านมาเรายังคงเดินหน้า ผลักดันผู้เล่นไปสู่ลีกระดับชั้นนำทั้งในยุโรป-เอเชีย และสำหรับฤดูกาลนี้ เราได้ผลักดันนักเตะเยาวชนขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ เพื่อผสมผสานกับผู้เล่นแกนหลักให้ทีมมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ขณะที่ในส่วนของพาร์ทเนอร์ ปีนี้เราได้ผู้สนับสนุนรายใหม่เข้ามาทั้ง นิสสัน และ ชาร์ป เข้ามาผนึกกำลังกับผู้สนับสนุนเดิม ช่วยให้สโมสรเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ซึ่งเราหวังที่จะตอบแทนความไว้วางใจ ด้วยการนำทีมประสบความสำเร็จให้ได้อีกครั้ง”

ขณะที่ รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กล่าวว่า “สวัสดีแขกผู้มีเกียรติ ผู้สนับสนุนสโมสร พี่น้องสื่อมวลชน รวมถึงกองเชียร์ทุกท่าน ที่ให้เกียรติมาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวสโมสรประจำปีนี้ นับเป็นวันที่สำคัญที่ทุกคนเฝ้ารอคอย และเป็นการส่งสัญญาณกล่าวว่า เอสซีจี เมืองทองฯ พร้อมแล้วพลิกโฉมกิเลนสายพันธุ์ใหม่ พร้อมสร้างเซอร์ไพร้ในการแข่งขันทุกรายการแข่งขัน นอกจากนี้ในส่วนของชุดแข่งขัน เรามีการร่วมมือกับแบรนด์ใหม่อย่าง SHOOT (ซู๊ต) ที่เข้ามาดูแลเรื่องชุดแข่งขันให้กับเรา ด้วยประสบการณ์ในการผลิตเสื้อผ้ากีฬาให้กับแบรนด์ระดับโลก เราเชื่อว่าทั้งคุณภาพ และการออกแบบ รวมถึงนวัตกรรมใหม่ที่ทางทีมผลิตใส่เข้าไป จะถูกใจสาวกกิเลนผยอง”

ส่วนทาง อเล็กซานเดร กาม่า หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวบราซิเลี่ยน กล่าวเพิ่มเติมว่า “ขณะนี้เราได้ผู้เล่นในทีมตามตำแหน่งที่ต้องการครบทุกตำแหน่ง ต้องขอบคุณผู้บริหารสโมรสร ที่เสริมทีม และสร้างนักเตะดาวรุ่งมาเป็นกำลังหลังในปีนี้ การได้มีเกมส์อุ่นเครื่องช่วงที่ผ่านมา ทำให้ได้มีโอกาสทดสอบตัวผู้เล่นและระบบต่างๆ จนเป็นที่น่าพอใจ ขณะนี้เรามีความพร้อมที่จะเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ และพร้อมไล่ล่าความสำเร็จไปพร้อมกัน”   สมยศ ควงสภากรรมการทั้ง 18 คน นั่งนายกสมาคมฯ สมัย 2 หลังชนะโหวต ภิญโญ ด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ตั้งแต่การลงคะแนนครั้งแรก

พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย สมัยที่ 2 ติดต่อกัน หลังชนะโหวต ด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ตั้งแต่การลงคะแนนครั้งแรก ในการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563

การเลือกตั้งครั้งนี้ สโมสรสมาชิก เดินทางมายืนยันสิทธิ์ออกเสียง ครบทั้ง 69 เสียง โดยผู้ชนะนั้น
จะต้องได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่ง หรือ 35 เสียงขึ้นไป ส่วนขั้นตอนการโหวต พาร์ทเนอร์สโมสรสมาชิก จะต้องเลือกผู้สมัครตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ 1 คน จาก 2 ผู้สมัครคือ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง และ ดร.ภิญโญ นิโรจน์ , เลือกอุปนายกฯ 5 คนจาก 8 คน และ เลือกสภากรรมการ 13 คน จาก 24 คน

ซึ่งผลปรากฎว่าฝั่งของ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นฝ่ายชนะขาดลอย ตั้งแต่การโหวตครั้งแรก เริ่มจากตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศฯ ชนะ ดร.ภิญโญ นิโรจน์ ด้วยคะแนนเสียง 57 ต่อ 17 เสียง และ บัตรเสีย 1 ใบ รวมถึง อุปนายกสมาคมฯ 5 ราย และ สภากรรมการทั้ง 13 ราย ก็เป็นฝ่ายได้รับการชูมือแบบเอกฉันท์เช่นกัน

สำหรับ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง จะทำหน้าที่ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน และ จะดำรงตำแหน่งต่อไปอีก 4 ปี  การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2020 รอบสุดท้าย ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ​ได้รูดม่านปิดฉากไปแล้วราว 2 อาทิตย์ แต่เชื่อว่ากองเชียร์ไทย ยังคงเสียดายไม่หาย

หลังจากทีมชาติไทย ของเราไม่สามารถคว้าตั๋วผ่านเข้าไปร่วมแข่งขันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก เกมส์ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้

แต่ยังไงก็ตามในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ยังมีสิ่งที่น่ายินดีกับตัวเลข Stats ต่างๆ ที่แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทย มีความพร้อมและรองรับการจัดการแข่งขันฟุตบอลในระดับนานาชาติได้แบบไม่เป็นรองชาติไทยในโลกเลย

นอกจากนี้​ในเรื่องของกระแสนิยมของสาวกไทย ที่เข้าชมเกมในสนาม จนเป็น Stats สาวกเยอะที่สุดตั้งแต่การแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้เคยมีมา โดยแบ่งยอดจำนวนกองเชียร์แต่ละสนามดังนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *