ทีมเยาวชนภูเก็ตคว้าแชมป์ “แกร็บ ฟุตบอล คัพ 2019”

ปิดฉากกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ “แกร็บ บอล คัพ 2019” กับการแข่งขันบอลเยาวชนประเภท 5 คน รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ufa1688  รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ณ สนามฟิวเจอร์อารีน่า รังสิต ซึ่งจัดขึ้นโดย แกร็บ ผู้นำด้านซูเปอร์แอปแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ให้โอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงทักษะทักษะในด้านกีฬาบอล เพื่อให้เฟ้นหาทีมนักเตะเยาวชนดาวรุ่งจากทั่วประเทศทั้ง 5 ภูมิภาคคว้าถ้วยรางวัลเกียรติยศจากสมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทย ในพระบรมรายกปถัมภ์
สำหรับการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศนั้นเป็นการดวลแข้งกันระหว่าง 6 ทีมเยาวชนตัวแทนผู้ชนะจากแต่ละภาคที่ผ่านเผ่านาถึงรอบสุดท้าย โดยทีมเยาวชนจากโรงเรียนนานาชาติบริติช ภูเก็ต ได้โชว์ลีลาฟาดแข้งอันน่าประทับใจ เอาชนะทีมโรงเรียนท่าผ่านวิทยาคม จังหวัดชลบุรี ไปด้วยคะแนน 3 ประตูต่อ 0 จนคว้าแชมป์ไปครอง พร้อมรับเงินรางวัล 100,000 บาท และบัตร VIP เข้าชมการแข่งขันบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก (โซนเอเชีย) ระหว่างทีมชาติไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ โดยภายในงาน มีนักกีฬาบอลขวัญใจเยาวชนอย่าง ธีรเทพ วิโนทัย (ลีซอ) เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว และณัฐพงษ์ ขจรมาลี ที่มาร่วมให้กำลังใจน้องๆ แบบชิดติดขอบสนาม พร้อมด้วย 16 สาว BNK48 นำทีมโดย เฌอปราง โมบายล์ เนย ตาหวาน และเจน แบรนด์แอมบาสเดอร์ของแกร็บ ที่มาร่วมแสดงความยินดี พร้อมจัดเต็มกับมินิคอนเสิร์ตเพื่อให้ปิดฉากการแข่งขัน “แกร็บ บอล คัพ 2019” อย่างมากใหญ่

โครงงาน “แกร็บ บอล คัพ” ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศซึ่งให้ความสนใจและส่งทีมร่วมแข่งขันกว่า 150 ทีม ดังนี้ตลอดระยะเวลา 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเยาวชนไทยที่รักในกีฬาบอลนับพันคนได้มาร่วมประลองฝีเท้ากันอย่างเข้มข้นบนสนามแข่งในจังหวัดต่างๆ จนได้ 6 ทีมสุดท้ายที่ถือได้ว่าเป็นสุดยอดตัวแทนนักเตะจากทุกภาคมาร่วมการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ อันได้แก่ โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี จากกรุงเทพฯ โรงเรียนวชิราลัย จังหวัดจังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ โรงเรียนท่าผ่านพิทยาคม จังหวัดชลบุรี และโรงเรียนนานาชาติบริติช จังหวัดภูเก็ต

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อํานวยการข้างการตลาด แกร็บ เมืองไทย กล่าวว่า “แกร็บภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเกื้อหนุนให้น้องๆ นักเตะจากทั่วทุกภูมิภาคได้แสดงศักยภาพ โดยขอแสดงความยินดีกับทีมเยาวชนภูเก็ต รวมทั้งทุกทีมที่ผ่านเผ่านาจนถึงรอบสุดท้ายได้ เราหวังเป็นอย่างมากว่า ‘แกร็บ บอล คัพ’ จะเป็นจุดเริ่มที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ ที่มีใจรักในกีฬาบอลได้พัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง และสานต่อความฝันเพื่อให้มุ่งไปสู่การเป็นนักเตะอาชีพได้ในอนาคต ในฐานะผู้ส่งเสริมทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ แกร็บเชื่อมั่นว่าแผนการนี้จะช่วยเติมเต็มพันธกิจของเราในการส่งเสริมแวดวงบอลไทยไม่มากก็น้อย”

นายธนศักดิ์ สุระประเสริฐ อุปนายกข้างสื่อสารองค์กร สมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทย ในพระบรมรายกปถัมภ์ กล่าวว่า “การแข่งขัน ‘แกร็บ บอล คัพ 2019’ รอบชิงชนะเลิศในวันนี้เข้มข้นมาก แม้ว่าจะเป็นการแข่งขันประเภท 5 คนซึ่งใช้เวลาในแต่ละแมตช์เพียงแค่ 40 นาที แต่เราได้เห็นถึงสปิริตและความทุ่มเทของน้องๆ ทุกคนที่ไม่ต่างจากการแข่งขันของมืออาชีพ สะท้อนถึงการเตรียมตัวและฝึกซ้อมกันมาอย่างหนัก ทางสมาคมฯ ขอขอบคุณแกร็บ เมืองไทย เป็นอย่างมากที่ได้เกื้อหนุนการจัดการแข่งขันบอลเยาวชนในคราวนี้ ทำให้เด็กไทยได้มีโอกาสในการแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มกำลัง และถือเป็นอีกหนึ่งโครงงานดีๆ ที่ช่วยพัฒนาแวดวงบอลไทยไปอีกขั้น ดังนี้ผมหวังว่า การจัดการแข่งขันในคราวนี้จะเป็นแรงผลักดันให้น้องๆ ที่เป็นนักเตะมือสมัครเล่นในวันนี้ก้าวตามความฝันในการเป็นนักเตะอาชีพในอนาคต” พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล ห้องเครื่องทีมชาติไทย มองเกี่ยวกับสไตล์ที่แตกต่างกัน เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ตนเอง และ สารัช อยู่เย็น จับคู่เล่นร่วมกันในแดนกลางได้ดี พร้อมเชื่อมั่นศักยภาพทีม ในเกมที่เตรียมพบกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดที่ 3 กลุ่มจี

พิธิวัตต์ และ สารัช ถือเป็นคู่มิดฟิลด์ตัวหลักในยุคของ อากิระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่น และ ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนบอลพอสมควร ในการเล่นร่วมกัน ตั้งแต่ช่วงคัดบอลโลก 2 นัดแรก ที่เปิดบ้านเสมอ เวียดนาม 0-0 และ บุกถล่ม อินโดนีเซีย 3-0 กระทั่งปัจจุบันทั้งคู่ติดทีมเผ่านาต่อเนื่อง

“หลังจบเกมกับ คองโก (เปิดบ้านเสมอ 1-1) โค้ชปล่อยเราพักเต็มกำลัง แต่ละคนก็พยายามดูแลร่างกายให้ดีที่สุด จนถึงตอนนี้ เรารู้สึกสดชื่นมากขึ้น และ พร้อมโฟกัสในเกมต่อไปแล้วครับ” กองกลางวัย 24 ปี เริ่มกล่าวกับเรา

“การเจอ คองโก ได้ประโยชน์หลายอย่างเลยครับ ผลการแข่งขันก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่เราได้มากกว่านั้น คือในแง่การเตรียมความพร้อมต่างๆ อย่างโค้ชเอง ก็ได้ลองแท็คติค และ ผู้เล่นหลายๆ คน ที่สำคัญ ทำให้เรารู้ว่า เวลาเจอคู่ต่อสู้ ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ เราควรที่จะรับมือแบบไหน”

นอกจากนี้ พิธิวัตต์ ยังกล่าวถึงการทำงานร่วมกับ สารัช ว่า “พี่ตังค์ (สารัช อยู่เย็น) เป็นรุ่นพี่ที่ดีมากครับ จะคอยสอนผมอยู่ตลอด ไม่ว่าจะในสนาม หรือ นอกสนาม โดยรวมการเล่นร่วมกับ พี่ตังค์ ก็ถือว่าพอดีครับ แต่ก็ต้องทำให้ดีขึ้นกว่านี้ ดังนั้น ส่วนตัวผม ยังต้องพยายามเรียนรู้ และ คอยปรับให้กับ พี่ตังค์ ต่อไปครับ”

“จริงๆ ผมดู พี่ตังค์ มาตลอดครับ เพราะ พี่ตังค์ ติดทีมชาตินานแล้ว และ ใฝ่ฝันว่าต้องการจะเล่นร่วมด้วยสักครั้ง พอมีโอกาส ผมก็พยายามปรับตัวให้ดีที่สุด ส่วนหนึ่ง ที่ทุกอย่างดูพอดี ก็น่าจะเป็นสไตล์ที่ต่างกัน แต่เข้ากันครับ พี่ตังค์ จะเป็นกองกลางที่มีเทคนิค และ ออกบอลดี ส่วนผมก็จะเป็นสไตล์บู๊ วิ่งไล่บี้ ที่ช่วยให้ พี่ตังค์ เล่นได้อิสระขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่างที่บอก ผมยังอยากทำให้ดียิ่งกว่านี้ และ พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ”

“ยูเออี เป็นทีมที่แกร่งครับ แต่ผมก็เชื่อในศักยภาพทีมเราว่า สามารถสู้ได้ครับ ถ้าเราช่วยกัน และ เหนือสิ่งอื่นใด ผมอยากฝากแฟนบอลชาวไทย เป็นกำลังใจให้เราเยอะๆ ครับ แน่ๆ เราหวังว่าจะคว้า 3 คะแนนให้ได้ครับ” พิธิวัตต์ ปิดท้าย

โปรแกรมต่อไป ทีมชาติไทย จะเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในศึกบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดที่ 3 กลุ่ม จี วันที่ 15 ตุลาคม 2562 ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เริ่มแข่งในเวลา 19.00 น. และถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐ ทีวี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *